Advertisement

บทความ

October 25, 2016

*+8 หนังสือพระราชนิพนธ์ ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว น่าสะสม+*

%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b9%8c0

นอกจากที่ท่านทรงมีพระราชกรณียกิจที่สำคัญกับบ้านเมืองเพื่อปวงชนชาวไทยแล้ว พระบาทสมเด็จประปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ยังทรงสนพระราชหฤทัยและมีพระอัจฉริยภาพด้านภาษาและวรรณกรรมอีกด้วย และวรรณคดี และ วิชาเกี่ยวกับภาษาก็เป็นสิ่งที่ท่านทรงใส่พระทัย ซึ่งท่านก็ได้ทรงพระราชนิพนธ์งานเขียนตั้งแต่ครั้งยังพระเยาว์ เรื่อยมา ประชาชนชาวไทย และต่างชาติในระยะหลังๆมานี้ มีการหาซื้อหนังสือเกี่ยวกับพระบาทสมเด็จประปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช กันไว้มากเพื่อระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของท่าน
และหนังสือที่หากันมากๆเลยก็คือ ธ สถิตในดวงใจนิรันดร์ : ประมวลบทเพลงพระราชนิพนธ์, a day ฉบับ ในหลวงรัชกาลที่ 9, และ แพรว ฉบับพิเศษ ธ สถิตในดวงใจนิรันดร์ ที่ หลายคนสั่งจองกันอย่างล้นหลาม แต่อย่างไรก็ดี วันนี้เรามี หนังสือ แนะนำ เกี่ยวกับพระองค์ท่าน เลอค่า น่าสะสม และเป็นหนังสือพระราชนิพนธ์ ที่ สอดแทรกไปด้วยคำสอนต่างๆ อีกด้วย
เล่มที่ 1 เมื่อข้าพเจ้าจากสยามสู่สวิสแลนด์, ๒๔๘๙

%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b9%8c1

เป็นหนังสือพระราชนิพนธ์เรื่องแรก ถูกตีพิมพ์ครั้งแรกในหนังสือรายเดือน วงวรรณคดี ฉบับประจำเดือนสิงหาคม พ.ศ.2490 เป็นตอนแรก โดยพระบรมราชานุญาตพิเศษเฉพาะหนังสือเล่มนี้เท่านั้น
สำหรับพระราชนิพนธ์  “เมื่อข้าพเจ้าจากสยามสู่สวิสแลนด์” ถือเป็นบันทึกของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชนิพนธ์ขึ้นในช่วงเวลาเสด็จพระราชดำเนินเพื่อกลับไปศึกษาต่อที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์อีกครั้ง เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม พ.ศ.2489 หลังจากที่พระองค์ท่านทรงเสด็จขึ้นครองราชย์เป็นพระมหากษัตริย์ลำดับที่ 9 ในราชวงศ์จักรี เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ.2489  พระองค์ได้ทรงบันทึกผ่านพระอักษรเป็นเรื่องราวการเดินทาง แสดงถึงความรู้สึกของพระองค์ ตลอดถึงเหตุการณ์ที่ทรงได้ประสบพบเจอ ดังขออัญเชิญ ความตอนหนึ่งในพระราชนิพนธ์เล่มนี้ที่พสกนิกรชาวไทย รู้สึกประทับใจใน พระเจ้าอยู่หัวของเรา
โดยมีประโยคที่พวกเราประชาชนจดจำได้ จากในพระราชนิพนธ์เรื่องนี้  กับประโยคที่ว่า เมื่อประชาชนตะโกนว่า อย่าละทิ้งประชาชน  และ ประโยคที่พระองค์ทรงตรัสตอบ ก็คือถ้าประชาชนไม่ทิ้งข้าพเจ้าแล้วข้าพเจ้าจะละทิ้ง อย่างไรได้
เล่มที่ 2. นายอินทร์ ผู้ปิดทองหลังพระ (แปล), ๒๕๓๗

%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b9%8c2

เป็นหนังสือที่พระองค์ท่านทรงแปลจากต้นฉบับภาษาอังกฤษเรื่อง “A MAN CALLED INTREPID” จากบทประพันธ์ของ เซอร์วิลเลียม สตีเฟนสัน (William Stevenson) ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในหมู่นักอ่านหนังสือแปล ทำให้มียอดจำหน่ายกว่าสองล้านเล่ม พระองค์ทรงใช้ระยะเวลาในการแปลถึง  3 ปี  หนังสือเล่มนี้มีจำนวนหน้าถึง 501 หน้า โดยบริษัทอมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ได้จัดพิมพ์ และจัดจำหน่ายทั่วประเทศ ในปี พ.ศ. 2537 โดยมอบรายได้จากการจัดจำหน่ายสมทบมูลนิธิชัยพัฒนา
เรื่องราวในหนังสือ เป็นเรื่อง ผู้ชายที่ชื่อว่า นายอินทร์ ซึ่งทำงานให้กับหน่วยงานลับของอังกฤษและอเมริกา เข้าล้วงค้นสืบแผนการทางทหารต่างๆ ของนาซี ที่มีฮิตเลอร์เป็นจอมบงการ ที่จำให้เยอรมันเข้าครอบครองโลก  ตัวละครอย่าง นายอินทร์ แสดงถึงความกล้าหาญ ยอมอุทิศชีวิต เพื่อความถูกต้อง ความยุติธรรม การได้มาซึ่งเสรีภาพ รวมถึงสันติภาพ โดยที่ไม่หวังลาภยศสรรเสริญ
เป็นอีก 1 เล่มที่หนอนหนังสือ โดยเฉพาะผู้ที่ชื่นชอบหนังสือแปล และหนังสือที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ทางสงคราม น่าสะสมไว้
เล่มที่ 3 ติโต (แปล), ๒๕๓๗

%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b9%8c3

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงศึกษาเรื่องบุคคล และประวัติศาสตร์  ท่านได้ทรงสนใจในตัวบุคคลที่มีนามว่า  ติโต
ติโต ถือเป็นนายกรัฐมนตรีคอมมิวนิสต์คนแรก (พ.ศ. 2488) และประธานาธิบดีของประเทศยูโกสลาเวีย เหตุการณ์เชิงประวัติศาสตร์ที่สำคัญคือ ติโต ได้เป็นผู้นำที่แยกประเทศออกจากประเทศโซเวียต ตั้งประเทศคอมมิวนิสต์อิสระ ภายใต้ลัทธิติโต และเป็นผู้ก่อตั้งสมาคมประเทศผู้ไม่ฝักไฝ่ฝ่ายใด ทั้งหมดนี้ทำให้ ติโต กลายเป็นรัฐบุรุษของประเทศยูโกสลาเวีย ด้วยความน่าสนใจในตัว ติโตที่เป็นผู้นำที่มีคุณธรรม มีความยุติธรรม จึงทำให้พระองค์ท่านทรงแปลหนังสือเรื่อง ติโต จากต้นฉบับเรื่อง TITO ของ Phyllis Auty เมื่อปี พ.ศ.2519 และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้บริษัทอมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) เป็นจัดพิมพ์ รวมถึงจัดจำหน่ายทั่วประเทศ และนำรายได้จากการจัดจำหน่าย สมทบทุนเข้าสู่มูลนิธิชัยพัฒนาอีกเช่นเคย ในปี พ.ศ. 2537
เชื่อว่านักอ่านทุกท่านที่ชื่นชอบหนังสือแปล ต้องมีไว้สะสม
เล่มที่ 4 พระมหาชนก, ๒๕๓๙

%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b9%8c4

พูดถึงพระราชนิพนธ์เรื่อง พระมหาชนก นี้ เชื่อได้เลยว่า ไม่มีใคร ที่จะไม่รู้จัก หลายคนได้เคยอ่าน หรือมีไว้ติดบ้านอยู่แล้ว แต่ความพิเศษของ พระราชนิพนธ์ พระมหาชนก เล่มนี้  ได้ถูกตีพิมพ์ ออกมา แบบมีภาษาไทยและภาษาอังกฤษอยู่ในเล่มเดียวกัน
ที่มาของพระราชนิพนธ์เล่มนี้นั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงแปลพระมหาชนกชาดกเสร็จสมบูรณ์ เมื่อ พ.ศ. 2531 และทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ได้ถูจัดพิมพ์ เนื่องในโอกาสเฉลิมฉลองกาญจนาภิเษกแห่งรัชกาล เมื่อปี พ.ศ.2539
สำหรับใครที่เคยอ่านหรือผ่านตากับพระราชนิพนธ์พระมหาชนก มาแล้ว คงรู้ว่านอกจากปรัชญาที่สอนและแฝงเรื่องแนวทางดำเนินชีวิต ที่เป็นเนื้อหาในเล่มที่ดีแล้ว ยังมีภาพประกอบ ที่เป็นภาพวาดที่สวยงามอีกด้วย  ซึ่งแต่ละภาพวาดโดยศิลปินที่มีชื่อเสียหลายท่าน แต่ที่สำคัญที่สุด คือมีภาพฝีพระหัตถ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อย่างภาพ  ภาพวันที่เรือล่ม , ภาพพระมหาชนกทรงว่ายน้ำ เป็นต้น พระราชนิพนธ์เล่มนี้ ถูกพิมพ์ลายสีสวยสดงดงาม ควรค่าแก่การเก็บไว้เป็นระลึก เป็นอย่างยิ่ง
เล่มที่ 5  พระมหาชนก ฉบับการ์ตูน, ๒๕๔๒

%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b9%8c5

สำหรับพระมหาชนกฉบับการ์ตูน เป็นถูกจัดพิมพ์ขึ้นเนื่อง ในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 6 รอบ เมื่อปี พ.ศ.2542
ด้วยความที่พระองค์เป็นคนที่ใส่พระทัยต่อพสกนิกรทุกวัย จึงเล็งเห็นว่า เนื้อหาในพระมหาชนก ควรให้เยาวชนไทยได้เข้าถึงและเข้าใจง่ายขึ้น พระองค์จึงทรงโปรดฯ ให้จัดพิมพ์ พระมหาชนก เป็นฉบับการ์ตูน เพื่อสะดวกในการอ่านของเด็กและเยาวชน
และทรงมีพระราชดำริ ในการให้ใช้ลายเส้นแบบไทยๆ ในการวาดภาพการ์ตูนประกอบเพื่อแสดงถึงความเป็นไทย  ซึ่งผู้เขียนการ์ตูนประกอบ คือคุณ ชัย ราชวัตร  นักวาดการ์ตูนประกอบชื่อดัง นั่นเอง
เล่มที่ 6 เรื่องทองแดง, ๒๕๔๕

%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b9%8c6

เรื่องราวของสุนัชทรงเลี้ยงที่ชื่อว่า คุณทองแดง ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ทรงพระราชนิพนธ์ ขึ้น
“คุณทองแดง” คือสุนัขธรรมดาที่ไม่ธรรมดา มีความเฉลียวฉลาด แสนรู้ และเป็นสุนัขตัวโรปดของพระองค์ท่าน ที่คนไทยรู้จักกันดี ว่าเป็นสุนัขที่อยู่เคียงข้างพระวรกายของพระองค์มิเคยข้าง
เรื่องราวในหนังสือเล่มนี้ เป็นการแสดงถึงความกตัญญูรู้คุณ ความจงรักภักดี ความมีมารยาท ของคุณทองแดง รวมถึงมีตัวละครที่เป็นลุกๆของคุณทองแดง กับบทบาทของของคุณพ่อสุนัขอย่างคุณทองแดงที่ต้องสั่งสอนลูกๆสุนัขของตัวเอง
สำหรับหนังสือพระราชนิพนธ์เล่มนี้ มีชื่อหนังสือว่า
ทองแดง (The Story of Tongdaeng) ถูกตีพิมพ์ เผยแพร่ในรูปแบบ 4 สีตลอดเล่ม มีภาษาไทยและภาษาอังกฤษอยู่ในเล่มเดียวกัน เรื่องทองแดงเป็นหนังสือพระราชนิพนธ์ที่ติดอันดับขายดีที่สุดของประเทศในปี พ..2545
เล่มที่ 7 เรื่องทองแดง ฉบับการ์ตูน, ๒๕๔๗

%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b9%8c7

เมื่อหนังสือเรื่อง ทองแดง ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ในหมู่นักอ่าน เป็นที่ชื่นชอบของเด็กๆ เยาวชนไทย รวมถึงพ่อแม่ผู้ปกครองก็ยังเพลิดเพลินไปกับการอ่านหนังสือเล่มนี้ด้วยพระองค์จึงทรงพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้จัดพิมพ์อีกครั้งหนึ่งในปี พ.ศ.2547 ในรูปแบบลายเส้นการ์ตูนโดยใช้ชื่อ “ทองแดงฉบับการ์ตูน” เพื่อให้เข้าถึงได้ง่ายยิ่งขึ้น ดูสดใสน่ารักตามแบบฉบับของตัวละครอย่างคุณทองแดง
เล่มนี้หากใครที่มีครอบครัว ควรมีไว้ติดบ้านกันสักเล่ม
เล่มที่ 8 พระราชดำรัส เป็นพระราชนิพนธ์ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงแปลจากภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษ

%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b9%8c8

หนังสือเล่มนี้เป็นการรวบรวม พระราชดำรัสที่พระราชทานแก่คณะบุคคลที่เข้าเฝ้า ถวายชัยมงคล เนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนพรรษาของทุกปี ซึ่งจะตรงกับวันที่ 4 ธันวาคมของทุกปี โดยที่หนังสือเล่มนี้นั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงแปลจากภาษาไทยให้เป็นภาษาอังกฤษ โดยพระองค์ทรงเริ่มแปลจากพระราชดำรัส เรื่องน้ำและสิ่งแวดล้อมซึ่งมีพระราชดำรัสเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2532  พระราชดำรัสในครั้งนี้ ได้รับความสนใจจากสหประชาชาติ เป็นอย่างมาก

นอกจากนั้นในเล่มนี้ยังมีพระราชดำรัสเรื่องเกี่ยวกับ “รู้รักสามัคคี”   ที่มีพระราชดำรัสไว้เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2534 ก็ถูกแปลลงนังสือเช่นกัน
ควรแค่แก่การที่เราพสกนิกรชาวไทยที่จงรักและภักดี ควรมีหลังสือพระราชดำรัสที่พระองค์ตรัสไว้ มาสะสม
และทั้ง 8 เล่มนี้ ถือเป็นพระอัจฉริยภาพละปรีชาสามารถของในหลวงรัชกาลที่ ๙ ของพวกเราชาวไทย ที่ทรงนิพนธ์ขึ้น  หากสนใจหนังสือพระราชนิพนธ์ ทั้ง 8 เล่มนี้ ก็สามารถหาซื้อและจับจองเป็นเจ้าของ เก็บไว้อ่าน เก็บไว้สะสม เก็บไว้เป็นระลึก ได้ตามร้านหนังสือชั้นนำได้ทั่วประเทศ ซึ่งเงินรายได้จากการจัดจำหน่ายหนังสือพระราชนิพนธ์ จะถูกไปสมทบทุนเข้าสู่มูลนิธิชัยพัฒนาอีกด้วย
Se-ed Online : www.se-ed.com
Naiin Online : www.naiin.com
🔸🔸🔸🔸🔸🔸🔸🔸🔸🔸🔸🔸
🙏 🙏 ขอบคุณข้อมูลจาก promotions.co.th
More articles by »
Written by: Admin

About the Author

Admin





 
 

 
active-2

*+Amarin Brand Sale : Active Style sale up to 70%+*

“Amarin Brand Sale : Active Style sale up to 70%” 👉 สาวกแบรนด์ดังเตรียมนัดหมายมาปล่อยพลัง พบกับสินค้าแฟชั่...
by Admin
0

 
 
ads04

*+The North Face ลดสูงสุด 50% ที่ พารากอน+*

The North Face ลดสูงสุด 50%  👉 5 วันเท่านั้น เสื้อกันหนาว, ถุงมือ, Backpack, รองเท้า มากันครบ ลดสูงสุด...
by Admin
0

 
 
15338748

*+ALDO End of Season Sale Up to 50%+*

ALDO End of Season Sale Up to 50% เทศกาลลดราคาส่งท้ายปี เริ่มแล้ว! พบกับสินค้าราคาพิเศษลดสูงสุดถึง 50% ...
by Admin
0

 

 
15338701

*+Mango Mania :: Strawberry Yogurt และ Fresh up เพียง 45 บาท+*

Gift of the Month 👉👉 Strawberry Yogurt และ Fresh up เพียง 45 บาท 📍 ตั้งแต่วันนี้ – 31 มกราคม 2560 ที่ Mango Mania สาขาที่ร่ว...
by Admin
0

 
 
15380864

*+LOVE MOSCHINO END OF SEASON SALE UP TO 50% OFF+*

LOVE MOSCHINO END OF SEASON SALE UP TO 50% OFF โปรโมชั่นมาแรง!!! ลดสูงสุด 50% กระเป๋าสวยเก๋ นำเข้า หลากหลายแบบ งานน...
by Admin
0